รวม 23 แหล่ง "สืบค้นข้อมูลยา"
Drug Information Database ฉบับครบจบในที่เดียว ที่บุคลากรทางการแพทย์ต้องรู้การสืบค้นข้อมูลยาที่ถูกต้องและรวดเร็วเป็นหัวใจสำคัญของเภสัชกร แพทย์ พยาบาล และนักศึกษาสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ แต่ด้วยแหล่งข้อมูลที่มีมากมายมหาศาล หลายคนอาจจะเกิดคำถามว่า “จะหาเรื่องนี้ ต้องเข้าเว็บไหน?”
เพื่อให้การทำงานของคุณง่ายขึ้น เราได้รวบรวม และจัดหมวดหมู่ 23 เว็บไซต์หาข้อมูลยา ฐานข้อมูลยา เพื่อสืบค้นข้อมูลยา งานวิจัยทางการแพทย์ ทั้ง Micromedex, Medscape, MIMS และแหล่งข้อมูลสมุนไพร เช็คยาตีกัน ขนาดยา และพิษวิทยา จากแหล่งสืบค้นข้อมูลยาที่น่าเชื่อถือ (อ้างอิงจากชุมชนนักปฏิบัติการสืบค้นข้อมูลยา) มาให้คุณเลือกใช้ตามสถานการณ์ ดังนี้ค่ะ
💊 หมวดที่ 1: สืบค้นข้อมูลยาแบบครบวงจร
General Drug Information Databaseเหมาะสำหรับ: การหาขนาดยา (Dosage), ข้อบ่งใช้, อาการไม่พึงประสงค์ และข้อมูลเภสัชจลนศาสตร์
1. Micromedex Solutions
จุดเด่น: ข้อมูลมีความละเอียดสูงมากและน่าเชื่อถือ ครอบคลุมทั้ง IV Compatibility, Drug Interactions, และความปลอดภัยในหญิงตั้งครรภ์
การเข้าถึง: http://www.micromedexsolutions.com
หมายเหตุ: ต้องใช้งานผ่านเครือข่ายองค์กร (เช่น VPN มหาวิทยาลัย)
2. Medscape Pharmacists
จุดเด่น: ใช้งานง่าย ฟรี มีข้อมูลยาพื้นฐานครบถ้วน ทั้ง Dosing, Interactions และ Adverse Effects
การเข้าถึง: http://reference.medscape.com/pharmacists
หมายเหตุ: ต้องสมัครสมาชิกก่อนใช้งาน (ฟรี)
3. MIMS Thailand
จุดเด่น: เน้นข้อมูลยาที่มีจำหน่ายใน ประเทศไทย เช็คชื่อการค้า (Trade Name) รูปแบบผลิตภัณฑ์ และบริษัทผู้ผลิตได้ดีที่สุด
การเข้าถึง: http://www.mims.com/Thailand
หมายเหตุ: ต้องสมัครสมาชิกก่อนใช้งาน (ฟรี)
4. Merck Manuals
จุดเด่น: ตำราแพทย์ระดับโลกที่มีเวอร์ชันออนไลน์ อ่านง่าย แยกฝั่ง Professional และ Consumer ชัดเจน
ทางเข้า: http://www.merckmanuals.com/home
⚡ หมวดที่ 2: เช็คยาตีกัน & เครื่องมือคำนวณ
Interactions & Calculatorsเหมาะสำหรับ: ตรวจสอบความปลอดภัยในการใช้ยา และคำนวณค่าทางเภสัชกรรม
5. Medscape Drug Interaction Checker
จุดเด่น: เช็คยาตีกันได้ทีละหลายตัวพร้อมกัน ระบบจะแจ้งเตือนระดับความรุนแรง (Severity) ให้ทราบทันที
ทางเข้า: http://reference.medscape.com/drug-interactionchecker
6. Medscape Medical Calculators
จุดเด่น: รวมสูตรคำนวณทางการแพทย์ เช่น Creatinine Clearance ไว้ในที่เดียว
ทางเข้า: http://reference.medscape.com/guide/medical-calculators
7. MDCalc
สถานะ: ✅ ฟรี
จุดเด่น: “เทพเจ้าแห่งการคำนวณ” รวมสูตรทางคลินิกกว่า 550+ สูตรที่แพทย์ทั่วโลกใช้ พร้อมการแปลผล (Interpretation)
ทางเข้า: https://www.mdcalc.com
📚 หมวดที่ 3: งานวิจัยและหลักฐานทางวิชาการ
Academic & Evidence-Basedเหมาะสำหรับ: การทำรายงาน การอ้างอิง และหาข้อมูลเชิงลึกจากงานวิจัย
8. Google Scholar
จุดเด่น: ค้นหาบทความวิชาการได้กว้างขวาง สามารถกำหนดช่วงปีที่ตีพิมพ์ และดูบทความที่อ้างอิงต่อ (Cited by) ได้ง่าย
การเข้าถึง: https://scholar.google.co.th
9. PubMed
จุดเด่น: ฐานข้อมูลบรรณานุกรมและบทคัดย่อทางการแพทย์ที่ใหญ่ที่สุดจากทั่วโลก
การเข้าถึง: http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed
10. จุดเด่น: แหล่งรวมบทความทางการแพทย์ฉบับเต็ม (Full Text) ให้ดาวน์โหลดมาอ่านได้เลย
การเข้าถึง:
PubMed Central: http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc
BioMed Central: http://www.biomedcentral.com
11. BioMed Central (Full Text ฟรี)
ทางเข้า: http://www.biomedcentral.com
12. Cochrane Library
จุดเด่น: แหล่งข้อมูลการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ (Systematic Reviews) ที่มีความน่าเชื่อถือสูงมากในวงการแพทย์
การเข้าถึง: http://www.cochranelibrary.com
☠️ หมวดที่ 4: พิษวิทยาและสมุนไพร
Toxicology & Herbalsเหมาะสำหรับ: การแก้พิษ ข้อมูลสมุนไพรไทย และยาอันตราย
13. ศูนย์พิษวิทยา รามาธิบดี
จุดเด่น: ข้อมูลพิษวิทยาและการจัดการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินในบริบทของประเทศไทย
การเข้าถึง: http://med.mahidol.ac.th/poisoncenter
14. ฐานข้อมูลสมุนไพร (คณะเภสัชฯ มหิดล)
จุดเด่น: รวบรวมข้อมูลสมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ สารออกฤทธิ์ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
การเข้าถึง: http://www.medplant.mahidol.ac.th
15. ฐานข้อมูลสมุนไพร (คณะเภสัชฯ ม.อุบลราชธานี)
- จุดเด่น: ข้อมูลสมุนไพรที่ถูกต้องตามหลักพฤกษศาสตร์และงานวิจัยรองรับ
การเข้าถึง: http://www.phargarden.com
🏥 หมวดที่ 5: ข้อมูลสำหรับประชาชนและความปลอดภัย
Patient & Safetyเหมาะสำหรับ: แนะนำคนไข้ หรือดูข้อมูลความปลอดภัยระดับสากล
16. MedlinePlus
จุดเด่น: ข้อมูลยาเบื้องต้นที่ใช้ภาษาเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับแนะนำผู้รับบริการ (Patients)
- การเข้าถึง: http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/druginformation.html
17. MedWatch (US FDA)
จุดเด่น: ศูนย์เฝ้าระวังความปลอดภัยและการรายงานอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาของสหรัฐฯ
การเข้าถึง: http://www.fda.gov/Safety/MedWatch/
18. The Food and Nutrition Information Center
จุดเด่น: ข้อมูลเรื่องอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารต่างๆ
การเข้าถึง: http://fnic.nal.usda.gov
🚀 อัปเกรด: 5 แหล่งสืบค้นข้อมูลยาที่ "โปร" ใช้กัน
5 แหล่งข้อมูลยุคใหม่ ที่แพทย์และเภสัชกรนิยมใช้กันในช่วง 2024-2025หากยังรู้สึกว่าเครื่องมือพื้นฐานในการสืบค้นข้อมูลยา จาก18เว็บ ยังไม่ตอบโจทย์ ลองดูอีก 5 แหล่งข้อมูลนี้ ที่เน้นความ “เร็ว” “แม่น” และ “ลึก” ยิ่งกว่าเดิม
🚀 1. UpToDate Lexidrug (เดิมคือ Lexicomp)
คู่แข่งเบอร์ 1 ของ Micromedex ที่หลายโรงพยาบาลยอมจ่าย
ดีกว่าอย่างไร:
User Interface (UI) ทันสมัยและสะอาดตากว่ามาก: เมื่อเทียบกับ Micromedex ที่ดูมีความเป็นวิชาการและซับซ้อน Lexidrug ออกแบบมาให้อ่านง่าย สบายตา จัดเรียงหัวข้อเป็นสัดส่วนชัดเจน
ข้อมูลทางคลินิกเชื่อมโยงกัน (Clinical Decision Support): จุดเด่นคือการเชื่อมโยงกับฐานข้อมูล UpToDate (แหล่งข้อมูลโรคและการรักษาอันดับ 1) ทำให้เวลาค้นเรื่องยา สามารถกดลิงก์ไปอ่านแนวทางการรักษาโรค (Clinical Practice Guidelines) ที่เกี่ยวข้องได้ทันที โดยไม่ต้องสลับเว็บ
ฟีเจอร์เด่น: มีโมดูล “Trissel’s IV Compatibility” (เหมือน Micromedex) แต่แสดงผลดูง่ายกว่า และมีข้อมูล Pharmacogenomics (ยีนกับยา) ที่อัปเดตมาก
ราคา: 💰ไม่มีตัวฟรีแบบถาวร (มี Free Trial ประมาณ 30 วัน หลังจากนั้นต้องจ่ายรายเดือน/ปี) ราคาเริ่มต้นประมาณ $29.99/เดือน (~1,000 บาท)
คำแนะนำ: ส่วนใหญ่บุคลากรจะใช้ผ่าน “License ของโรงพยาบาลหรือมหาวิทยาลัย” (เหมือน Micromedex) ดังนั้นแนะนำให้เช็คสิทธิ์กับที่ทำงานก่อนซื้อ
- การเข้าถึง: https://www.wolterskluwer.com/en/solutions/lexidrug
📱 2. Epocrates
แอปฯ สามัญประจำเครื่องหมอและเภสัชฯ ทั่วโลก
ดีกว่าอย่างไร:
ความเร็ว (Speed): ออกแบบมาเพื่อ “Point-of-Care” โดยเฉพาะ คือเน้นให้หมอเปิดดูหน้างานตอนตรวจคนไข้ได้ในไม่กี่วินาที ข้อมูลจึงกระชับ ตรงประเด็น ไม่เยิ่นเย้อ
ฟีเจอร์เด็ด: “Pill Identifier” (ระบุเม็ดยา) ของเจ้านี้ขึ้นชื่อว่าแม่นยำและใช้ง่ายที่สุดอันดับต้นๆ และมี “Interaction Check” ที่เช็คยาได้ทีละ 30 ตัวพร้อมกัน
ความง่าย: เมนูไม่ซับซ้อน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการคำตอบด่วนๆ ว่า “โดสเท่าไหร่” หรือ “มี Effect อะไรบ้าง”
ตัวฟรี (Epocrates Rx): ใช้ได้ตลอดชีพ เช็คยา (Drug Info), เช็คยาตีกัน (Interaction Check), และระบุเม็ดยา (Pill ID) ได้ฟรี (แค่นี้ก็คุ้มแล้วสำหรับหน้างานทั่วไป)
ตัวเสียเงิน (Epocrates Plus): ราคาประมาณ $175/ปี (~6,000 บาท) สิ่งที่เพิ่มมาคือ ข้อมูลโรค (Disease), คู่มือแล็บ (Labs), และแนวทางการรักษา (Guidelines) ซึ่งถ้าเราเน้นแค่เรื่องยา ตัวฟรีก็เพียงพอค่ะ
- การเข้าถึง: https://www.epocrates.com
🦠 3. Sanford Guide (Sanford Guide to Antimicrobial Therapy)
คัมภีร์เรื่องยาฆ่าเชื้อ ที่ฐานข้อมูลทั่วไปสู้ไม่ได้
ดีกว่าอย่างไร:
เฉพาะทางสุดๆ (Specialized): ถ้าเป็นเรื่อง ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics), เชื้อดื้อยา, หรือโรคติดเชื้อ เว็บทั่วไปอาจบอกแค่ขนาดยากว้างๆ แต่ Sanford Guide จะบอกละเอียดถึงเชื้อที่ครอบคลุม (Spectra of Activity) และการปรับยาตามค่าไตที่ละเอียดกว่า
ตารางดูง่าย: มีตารางสรุปเชื้อและยาที่ดูง่ายมาก ซึ่งเป็นจุดขายที่ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ยอมเสียเงินซื้อ
ราคา: 💰เสียเงิน (Subscription) ราคาประมาณ $35/ปี (~1,200 บาท) สำหรับแอปมือถือ
คำแนะนำ: ไม่มีตัวฟรีให้ใช้ถาวร แต่ถือว่า “ราคาถูกและคุ้มค่าที่สุด” ในบรรดาแอปเสียเงินทั้งหมด หากต้องดูแลคนไข้ติดเชื้อบ่อยๆ การจ่ายปีละพันนิดๆ ถือว่าคุ้มมากเมื่อเทียบกับความแม่นยำ
- การเข้าถึง: https://www.sanfordguide.com
💊 4. Drugs.com (Pro Edition)
แหล่งข้อมูลยา ฟรี ดี และทันสมัยที่สุดสำหรับข้อมูลฝั่งอเมริกา
ดีกว่าอย่างไร:
ความเป็นมิตร (User-Friendly): เว็บไซต์ออกแบบมาให้อ่านง่ายมาก มีทั้งภาษาแพทย์ (Professional Monograph) และภาษาคนทั่วไป (Consumer Information) อยู่ในที่เดียว
ข้อมูลสดใหม่ (Real-time Updates): เนื่องจากเป็นเว็บข่าวด้วย จึงมักลงข่าว FDA Approval (ยาที่เพิ่งผ่าน อย. สหรัฐฯ) ได้เร็วกว่าตำราหรือฐานข้อมูลวิชาการบางแห่ง
Medication Guide: มีเอกสารกำกับยาฉบับเต็มจาก FDA (DailyMed) ให้โหลดดูได้ง่ายๆ
- การเข้าถึง: https://www.drugs.com
🧮 5. MDCalc
เทพเจ้าแห่งการคำนวณทางการแพทย์
ดีกว่าอย่างไร:
หมวดที่1 เดิมแนะนำ Medscape Calculator แต่สถิติล่าสุด MDCalc คือเบอร์ 1 ที่แพทย์ใช้เยอะที่สุด เพราะรวบรวมสูตรคำนวณ (Clinical Scores) ไว้กว่า 550+ สูตร ที่อ้างอิง Evidence-based ล้วนๆ
วิเคราะห์ผลให้ด้วย: ไม่ใช่แค่คำนวณตัวเลข แต่บอกด้วยว่าค่าที่ได้ (Score) แปลว่าคนไข้มีความเสี่ยงระดับไหน และควรจัดการอย่างไรต่อ (Next Steps)
ราคา: ฟรี 100% สำหรับบุคลากรทางการแพทย์รายบุคคล
เงื่อนไข: ต้องสมัครสมาชิก (Sign up) เพื่อบันทึกค่าที่ใช้บ่อย แต่ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง (ยกเว้นโรงพยาบาลที่ต้องการเชื่อมระบบกับ EHR ถึงจะเสียเงิน)
- การเข้าถึง: https://www.mdcalc.com
💡 Tips: แนะนำให้ Bookmark หน้าเว็บเหล่านี้เก็บไว้แยกตาม Folder ในเบราว์เซอร์ เพื่อให้เรียกใช้งานได้ทันทีเมื่อต้องการค่ะ





